นิมิต พันธกิจ การปกครอง

นิมิต

สภาคริสตจักรในประเทศไทยมีเอกภาพแห่งการรับใช้ เพื่อประกาศพระกิตติคุณสร้างคริสตจักรที่มีสง่าราศี และสร้างสรรค์สังคมที่มีสันติสุข

พันธกิจ

สภาคริสตจักรในประเทศไทย คือ องค์กรทางศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแต้นท์ ที่รวมตัวกันเพื่อทำพันธกิจของพระเจ้าในประเทศไทย อันประกอบด้วน พันธกิจด้านการประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณ พันธกิจด้านการศึกษา พันธกิจด้านการรักษาพยาบาล และพันธกิจอื่นๆโดยมีหลักข้อเชื่อ ข้อปฏิบัติ และธรรมนูญเพียวกัน อยู่ภายใต้การปกครองเดียวกัน ด้วยวิธีการเลี้ยงตนเอง ปกครองตนเอง และประกาศพระกิตติคุณด้วยตนเอง

การปกครอง

สภาคริสตจักรในประเทศไทยมีการแบ่งการปกครองออกเป็นคริสตจักรภาพคริสตจักรท้องถิ่น หมวดและศาลาธรรม อีกทั้งมีหน่วยงานและสถาบันการศึกษา สถาบันการแพทย์ร่วมทำพันธกิจของพระเจ้าอย่างครบวงจร

สภาคริสตจักรในประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับคริสตจักรสากล อาทิ เป็นสมาชิกของสภาครสิตจักรสากล (World Council of Chruch: WCC) สภาคริสตจักรแห่งเอเชีย (Christian Conference of Asia: CCA) และสหคริสตจักรปฏิรูปสากล (World Communion of Reform Churches: WCRC)

โครงสร้าง

ผู้บริหาร

ศจ.ดร.ทวีศักดิ์ มหชวโรจน์

ประธานสภาคริสตจักร

ศจ.ดร.รุ่ง เริงสันติ์อาจิณ

รองประธานสภาคริสตจักร

ผู้ปกครองสุรพงศ์ มิตรกูล

เลขาธิการสภาคริสตจักร

ผู้ปกครองกู้ศักดิ์ สารกิติพันธ์

เหรัญญิกสภาคริสตจักร

กรรมการดำเนินงาน

ศบ.พรสรวง จิตต์แจ้ง

กรรมการดำเนินงาน

ผป.ประสิทธิ์ ธงทัศวรรธนะ

กรรมการดำเนินงาน

ศจ.ดร.ศิริรัตน์ ปุสุรินทร์คำ

กรรมการดำเนินงาน

ศจ.สิงขร รักสกุลใหม่

กรรมการดำเนินงาน

ศจ.อภิเดช ชัยราชา

กรรมการดำเนินงาน

ประวัติสภาคริสตจักร

ประวัติสภาคริสตจักรในประเทศไทย (โดยสังเขป)

คริสตจักรโปรเตสแต้นท์ในประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ย้อนไปตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1828 เมื่อศาสจนาจารย์จาคอบ ทอมลิน และศาสนาจารย์นายแพทย์คาร์ล กุตสลาฟ เข้ามาเผยแพร่คริสตศาสนานิกาย โปรเตสแตนท์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ในปี ค.ศ.1840 มิชชันนารีคณะเพรสไบทีเรียนอเมริกันเข้ามาในประเทศไทย และตั้งรากฐานอย่างมั่นคงในปี 1847 มิชชันนารีชุดนี้ประกอบด้วยนายแพทย์ ซามูเอล เฮาส์ ศาสนาจารย์สตีเฟน และนางแมรี่ แมตตูน มิชชันนารีคณะนี้ได้จัดตั้ง คริสตจักรเพรสไบทีเรียนที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1849 ต่อมาได้จัดตั้งเพรสไบเทอรี่แห่งสยามในวันที่ 1 กันยายน 1858

เมื่อถึงปี ค.ศ. 1861 คณะมิชชันนารีขยายงานไปสู่ภูมิภาคโดยได้จัดตั้งศูนย์มิชชันนารีที่เพชรบุรี โดยการนำของครอบครัวศาสนาจารย์ดาเนียล แมคกิลวารี และครอบครัวศาสนาจารย์ ซามูเอล จี แมคฟาร์แลนด์ เป็นผู้ปฏิบัติงาน ปี ค.ศ.1867 ครอบครัวของศาสนาจารย์แมคกิลวารีได้ตั้งมิชชั่นนารีประกาศ คริสตศาสนาที่เชียงใหม่ โดยมีครอบครัวของศาสนาจารย์วิลสันเข้าร่วมงานด้วย ครอบครัวมิชชันนารีทั้งสองได้จัดตั้งคริสตจักร เพรสไบทีเรียนที่หนึ่งเชียงใหม่ ในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ.1878 ซึ่งเป็นปีที่มีพระบรมราชโองการ เรื่อง "เสรีภาพทางศาสนา" (มีผลบังคับใช้ในเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง)

การประกาศพระกิตติคุณได้ขยายออกไปในภูมิภาคต่างๆมีการจัดตั้งศูนย์มิชชันนารีที่ลำปาง (ค.ศ.1885) ลำพูน (ค.ศ.1891) แพร่ (ค.ศ.1893) น่าน (ค.ศ.1895) เชียงราย (ค.ศ. 1897) และพิษณุโลก (ค.ศ. 1899) ภายหลังได้ขยายงานไปยังเขตเชียงตุงของพม่า (ค.ศ. 1904-1908) และเขตเชียงรุ้งของจีน (ค.ศ.1941-1971)

ในปี ค.ศ.1900 ได้จัดตั้งศูนย์มิชชันนารี ที่นครศรีธรรมราช และเมื่อถึงปี ค.ศ.1910 ได้จัดตั้งศูนย์มิชชันนารีที่ตรัง ซึ่งเป็นศูนย์มิชชันนารีที่ขยายการประกาศคริสตศาสนาไปสู่ท้องถิ่นอื่นๆ ในภาคใต้

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1932 ได้มีการรวมเพรสไบเทอรี่สยามและลาว เพื่อจัดตั้งองค์กรปกครองคริสตจักรไทยที่เป็นอิสระ มีการรณรงค์และออกวารสาร "ข่าวคริสตจักร" ในปี ค.ศ. 1934 มีการจัดประชุมเพื่อจัดตั้ง "สภาคริสตจักรในประเทศสยาม" ที่ประชุมได้รับธรรมนูญการปกครองคริสตจักรสยามซึ่งกำหนดคริสตจักรประจำชาตินี้ว่า "คริสตจักรในสยาม" ในปี ค.ศ.1939 มีนโยบายหลัก 3 ข้อคือ "ประกาศพระกิตติคุณ" "การเลี้ยงตนเอง" และ "การปกครองตนเอง"